🚨ผบช.ภ.2 เตือนโรงแรม – โชเฟอร์ อย่าหากินกับบัญชีม้า แก๊งคอลเซนเตอร์เชือดจริง! จับโรงแรมเถื่อน ศาลสั่งปรับอ่วม 5.5 ล้าน

🔸ตำรวจภูธรภาค 2 เอาจริง!! เชือดโรงแรมเถื่อน ให้ที่พักบัญชีม้า – แก๊งคอลเซนเตอร์ เอื้อขบวนการพาข้ามแดน ศาลพิพากษาแล้วปรับอ่วม 5.5 ล้านบาท ลุยกวาดล้างโชเฟอร์เถื่อนนำพาบัญชีม้า “ผบช.ภ.2” เตือนอย่าทำ โทษหนัก 🔸เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้ายุทธการ “อรัญ 68 Seal Border” อย่างต่อเนื่อง ตาม 7 มาตรการเข้มปราบปรามต่างด้าวทำผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซนเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีปฏิบัติการกวาดล้างกดดันขบวนการพาคนข้ามแดนเพื่อไปเป็นบัญชีม้า ทำงานแก๊งคอลเซนเตอร์ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านฝั่งชายแดน จว.สระแก้ว จันทบุรี และตราด อย่างเข้มข้น ช่วยเหลือเหยื่อ จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก และขอเตือนผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักทุกรูปแบบ โดยเฉพาะโรงแรมเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ห้ามให้ที่พักพิงแก่บุคคลที่ครอบครองและใช้บัญชีฝากของบุคคลอื่น (บัญชีม้า) แก๊งอาชญากรคอลเซนเตอร์ รวมทั้งผู้ขับขี่ รถรับจ้าง ห้ามรับงานนำพาบัญชีม้า – แก๊งคอลเซนเตอร์ไปส่งยังชายแดน เพราะเท่ากับให้การสนับสนุน ช่วยเหลือขบวนการคอลเซนเตอร์เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายข้อ มีโทษตามกฎหมายทั้งจำคุก และปรับ โดยมีคดีตัวอย่างที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับมากกว่า 5 ล้านบาท 🔸ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ล่าสุดกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว สืบสวนพบเกสต์เฮ้าส์ใน อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว ให้ที่พักพิงแก่ บัญชีม้า แก๊งคอลเซนเตอร์ จึงเข้าจับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งล่าสุดศาลจังหวัดสระแก้ว ตัดสินลงโทษ เจ้าของโรงแรมเถื่อนใน อ.อรัญประเทศ ที่ให้ที่พักพิง ศาลพิพากษาลงโทษ นาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาในคดีโรงแรมเถื่อน ดังนี้ จำคุก

ตร. มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวถูกหลอกลวงหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย

📣💥ประชาสัมพันธ์💥 📣ผบ.ตร. กำชับ ตามที่ รัฐบาล และ ตร. มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวถูกหลอกลวงหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมายซึ่ง ตร. ได้มีมาตรการให้หน่วยปฏิบัติตามนัยหนังสือ ตร. ด่วนที่สุด ที่ ๐๐๐๗.๓๓/๓๑๖ ลง ๒๓ ม.ค.๖๘ ตลอดจนการป้องกันปราบปรามคนต่างด้าวที่เข้ามาในลักษณะ ที่แอบแฝงหรือกระทำความผิดในลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร อันส่งผลต่อภาพลักษณ์หรือประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายของสังคมโดยรวม จึงกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้ให้ ผบช. และ รอง ผบช. ที่ได้รับมอบหมาย ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น อำนวยการ กำกับ ดูแล ควบคุม พื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนติดตามสถานการณ์ บังคับใช้กฎหมาย และกำหนดมาตรการ ในการป้องกันปราบปราม สืบสวน สอบสวนอาชญากรรมดังกล่าวโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรมหากปรากฏข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีการปล่อยปละละเลย เพิกเฉย หรือพบข้อบกพร่องในการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและ ตร. ดังกล่าว จะพิจารณาดำเนินการทางปกครอง วินัย และอาญาโดยเด็ดขาด ตามนัยคำสั่ง ตร. (กรมตำรวจ) ที่ ๑๒๑๒/๒๕๓๗ ลง ๑ ต.ค.๓๗ เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ และคำสั่ง ตร. ที่ ๒๓๔/๒๕๕๘ ลง ๒๗ เม.ย.๕๘ เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข